• Description

ใครจะรู้ว่า เจ้าผักฝักยาวๆ เนื้อกรอบๆ ข้างในมีเม็ดอ่อนนุ่มสีขาวและเมือกใส ยืดหนืด รสหวานเล็กน้อย เวลาจะกลืนจะเคี้ยวนั้นรู้สึกลื่นคอไปหมด จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าที่เราคิด

กระเจี๊ยบเขียว มีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือ มีคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน โฟเลท แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี อยู่ปริมาณพอสมควร แต่สาระสำคัญที่กระเจี๊ยบเขียวมี คือ กลูตาไทโอน (glutathione) ซึ่งถือว่าเป็นราชาของสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี และยังร่ำรวยใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งแปลได้ว่า ร่างกายย่อยไม่ได้ รวมถึงยังมี เพคทิน (เส้นใยที่ร่างกายย่อยสลายได้) และเมือก ซึ่งเกิดจากสารประกอบ acetylated acidic polysaccharide และกรดกาแลคทูโลนิค (galactulonic acid) ดังนั้น การกินกระเจี๊ยบเขียวจึงช่วยระบบขับถ่าย ระบบดูดซึมสารอาหาร ลดความเสี่ยงโรคแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ได้ดีเยี่ยม

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและคลอเลสเตอรอลสูง
เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของคลอเลสเตอรอลและน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย
และช่วยทำให้ถ่ายอุจจาระได้คล่อง จึงเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับกับน้ำดีอยู่
เป็นผลให้ลดไขมันและคลอเลสเตอรอลได้

ผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
เมือกในฝักกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่จะช่วยให้การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เจ้าแบคทีเรียพวกนี้จะช่วยลดปริมาณพิษที่ผลิตโดยเหล่าแบคทีเรียร้ายซึ่งอาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย 
นอกจากนี้สรรพคุณต้านมะเร็งของกระเจี๊ยบเขียวยังเกิดจากสารกลูตาไทโอน ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ และทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย

รักษาโรคพยาธิตัวจี๊ด
สมัยก่อนใครที่เป็นโรคมีพยาธิตัวจี๊ด ผู้หลักผู้ใหญ่ก็มักจะนำกระเจี๊ยบเขียวมาต้มกินเป็นผักติดต่อกันหลายๆ วัน
ความรู้นี้เป็นความรู้ที่หมอยาพื้นบ้านไทยทุกภาครู้เหมือนๆ กัน แสดงว่ากระเจี๊ยบเขียวต้องได้รับความนิยมทั้งคนกินและคนรักษา
โรคพยาธิตัวจี๊ดเกิดจากพยาธิตัวกลมในสกุล Gnathostoma คนเกิดโรคจากการได้รับตัวอ่อนของพยาธิซึ่งอยู่ในเนื้อดิบของกุ้ง ไร เนื้อปลา หมู ไก่ เป็ด กบ เมื่อคนได้รับตัวอ่อนพยาธิเข้าไปถึงระยะหนึ่ง ตัวอ่อนจะไชไปตามบริเวณต่างๆ เช่น ไชไปตามเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังก็เกิดอาการบวมเคลื่อนที่ หรือเข้าสมองก็เกิดสมองอักเสบ เป็นต้น ถ้าป่วยเป็นโรคนี้ก็ควรที่จะไปพบแพทย์และกินกระเจี๊ยบเขียวเป็นผักติดต่อกัน สัก ๒ อาทิตย์

รักษาโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ
สรรพคุณเด่นที่สำคัญในการใช้เป็นยารักษาโรคของกระเจี๊ยบเขียว คือใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะและโรคลำไส้อักเสบ เกิดอาการท้องผูกกับท้องเสียสลับกัน และยังช่วยรักษาอาการปวดท้องจากแผลในกระเพาะอาหารและแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น

ยาบำรุงข้อกระดูกของชุมชนมุสลิมภาคใต้
เล่ากันว่าชุมชนมุสลิมในสามจังหวัดสมัยก่อน นิยมกินผักที่เป็นเมือกเพื่อเพิ่มไขมัน หรือเมือกในข้อกระดูก โดยเชื่อว่าจะทำให้หัวเข่า ข้อต่อกระดูก มีน้ำเมือกทำให้ไม่เจ็บ เสมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้กับคนแก่ที่เข้าสู่วัยชรา ดังนั้นคนแก่จะชอบกินผักกูด กระเจี๊ยบเขียวที่มีเมือกนั่นเอง

ยารักษาอาการท้องผูก ช่วยกำจัดสารพิษออกจากลำไส้
กระเจี๊ยบเขียวประกอบด้วยเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำ จึงมีคุณสมบัติช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเส้นใยที่ละลายน้ำได้จะมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษแล้วขับถ่ายออกไปทางอุจจาระ จึงไม่เหลือสารพิษตกค้างในลำไส้ ดังนั้นการรับประทานผลกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้ขับถ่ายได้คล่อง สบายท้อง สมองผ่องใส เพราะมีงานวิจัยมาแล้วว่าถ้าผนังลำไส้สะอาดสมองจะผ่องใส

มหัศจรรย์.. คุณค่าของกระเจี๊ยบเขียว

    Delivery time:5-7 Days
__ifHasImage__ __endifHasImage__ __ifNoImage__
__endifNoImage__
__ifPurchasable__ __endifPurchasable__

__title__

__description__
__ifPurchasable__
__endifPurchasable__